1.
เราเริ่มต้นการทำงานด้วยการวิเคราะห์และกำหนดขอบเขตการทดสอบที่ชัดเจน เพื่อหาให้พบว่าส่วนไหนของระบบที่สำคัญที่สุด (Critical Path) มีโอกาสพลาดมากที่สุด และต้องการความใส่ใจมากที่สุด เราจะร่วมกับทีมออกแบบ พัฒนา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าทุกส่วนสำคัญได้รับการทดสอบอย่างครบถ้วนก่อนที่จะส่งมอบงาน
2.
พอเข้าใจขอบเขตแล้ว เราเจาะลึกเพื่อทำความเข้าใจความต้องการทางธุรกิจที่สำคัญที่สุด ที่อาจส่งผลต่อ business impact manage ความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเลือกสิ่งที่ควรทดสอบก่อนหลังได้อย่างถูกต้อง
3.
มีแผนการทดสอบแบบครบวงจรและเลือกรูปแบบการทดสอบที่เหมาะสม เช่น Manual Testing, Automation Testing, หรือ Performance Testing โดยจัดทำ Test Cases และ Test Scenarios ที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ เราเขียน test ให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ในอนาคต และครอบคลุมในทุกสถานการณ์ที่สำคัญ
4.
เมื่อมีการทดสอบแบบอัตโนมัติ เราจะ Automate การทดสอบด้วย Test Cases ต่างๆ แบบอัตโนมัติ พร้อมรวมเข้ากับระบบ Continuous Integration (CI) การที่เราเชื่อมต่อ Automation Test เข้ากับ CI ช่วยให้ทีมได้รับ Feedback ทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโค้ด สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้ทันที
5.
Smoke Testing เป็นขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนที่จะเริ่มการทดสอบเต็มรูปแบบ เพื่อตรวจสอบว่าฟีเจอร์หลักของระบบทำงานได้ถูกต้อง ดังนั้น เราจะทำ Smoke Tests หลังจากการ Build ที่สำหรับนักพัฒนา เพื่อยืนยันความเสถียรของระบบ
6.
มีแผนทดสอบสำหรับการ Release ที่ครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่า Application ที่ผ่านการ Release นั้นสมบูรณ์และพร้อมให้ผู้ใช้ใช้งาน โดยเราจะจัดทำแผนการทดสอบให้ครอบคลุมทุกฟีเจอร์ที่จะ Release และเพิ่มเติมการทดสอบที่ครอบคลุมกรณีต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้